ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับอินโดนีเซีย

ภาพรวม

 

·  ไทยมีความสัมพันธ์กับดินแดนที่เป็นอินโดนีเซียในปัจจุบันมาช้านาน โดยเฉพาะความสัมพันธ์กับชวา และมีการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมกันอย่างลึกซึ้ง ทั้งทางวรรณคดี อาหาร เครื่องแต่งกาย และเครื่องดนตรี เป็นต้น พระมหากษัตริย์ไทยถึง 3 พระองค์ได้เคยเสด็จดินแดนที่เป็นประเทศอินโดนีเซียปัจจุบัน กล่าวคือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เคยเสด็จฯ เยือน 3 ครั้ง ในปี 2414 ปี 2439 และปี 2444

 

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จฯ เยือนในปี 2472 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ เยือน (State Visit) ในปี2503 โดยได้เสด็จฯ ไปกรุงจาการ์ตา เมืองบันดุง จังหวัดชวาตะวันตก จังหวัดย็อกยาการ์ตา และจังหวัดบาหลี

 

·  ประเทศไทยและสาธารณรัฐอินโดนีเซียได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2493 ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสองดำเนินไปได้ด้วยดี มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิด ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ทั้งในระดับทวิภาคีและกรอบพหุภาคี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความร่วมมือในกรอบอาเซียน นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนการเยือนในระดับต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ

 

การเยือนไทยอย่างเป็นทางการของผู้นำอินโดนีเซีย

 

·  ประธานาธิบดีซูฮาร์โตและภริยา นำคณะเยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะพระราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ระหว่าง 19-22 มีนาคม 2513

 

·  ประธานาธิบดีซูฮาร์โต ในฐานะแขกของนายกรัฐมนตรี ระหว่าง 25-26 มีนาคม 2524

 

·  ประธานาธิบดีซูฮาร์โตเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ระหว่าง 14-15 ธันวาคม 2538 และการประชุมสุดยอดเอเชีย-ยุโรป เมื่อ 1-2 มีนาคม 2539

 

·  ประธานาธิบดีอับดุรเราะห์มาน วาฮิด เดินทางเยือนไทย เพื่อทำความรู้จักกับผู้นำอาเซียน หลังจากเข้ารับตำแหน่งใหม่ระหว่าง 7-8 พฤศจิกายน 2542

 

·  ประธานาธิบดีอับดุรเราะห์มาน วาฮิด เข้าร่วมการประชุม UNCTAD ครั้งที่ 10 ระหว่าง

 

11-13 กุมภาพันธ์ 2543

 

·  ประธานาธิบดีอับดุรเราะห์มาน วาฮิด เยือนไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่าง 9-10 พฤษภาคม 2543 โดยได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพบหารือกับ

 

นายกรัฐมนตรี รวมทั้งได้เข้าร่วมงานฉลอง 100 ปี ชาตกาล นายปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษอาวุโส และรับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขานิติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

·  ประธานาธิบดีอับดุรเราะห์มาน วาฮิด เยือนระหว่าง 14-15 ธันวาคม 2543 เพื่อรับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย

 

·  ประธานาธิบดีอับดุรเราะห์มาน วาฮิด เยือนระหว่าง 14-15 พฤษภาคม 2544

 

เพื่อหารือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย-อินโดนีเซีย

 

·  ประธานาธิบดีเมฆาวตี ซูการ์โนปุตรี เยือนระหว่างวันที่ 24-25 สิงหาคม 2544 เพื่อทำความรู้จักกับผู้นำอาเซียนภายหลังการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี

 

·  ประธานาธิบดีเมฆาวตี ซูการ์โนปุตรี เยือนไทยเพื่อเข้าร่วมประชุม SARS Summit ที่กรุงเทพฯ 29 เมษายน 2546

 

·  ประธานาธิบดีเมฆาวตี ซูการ์โนปุตรี เยือนอย่างเป็นทางการ ระหว่าง 29-31 สิงหาคม 2546 โดยได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพบหารือข้อราชการกับนายกรัฐมนตรี

 

·  ประธานาธิบดีเมฆาวตี ซูการ์โนปุตรี เยือนไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมเอเปค ระหว่าง 19-21 ตุลาคม 2546

 

·  ประธานาธิบดีซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโน เยือนไทยอย่างเป็นทางการในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง ระหว่าง 15-17 ธันวาคม 2548 โดยได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หารือกับนายกรัฐมนตรี รับปริญญารัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และพบกับภาคเอกชนไทย

 

การเยือนอินโดนีเซียของผู้นำไทย

 

·  นายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี เยือนอย่างเป็นทางการ เมื่อ 26-28 เมษายน 2536 และนำคณะเข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำรัฐบาลของประเทศในกลุ่ม APEC เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2537

 

·  นายบรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรี เยือนอย่างเป็นทางการ ระหว่าง 24-25 เมษายน 2539 และไปร่วมพิธีศพภริยาประธานาธิบดีซูฮาร์โต เมื่อ 29 เมษายน 2539

 

·  พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ นายกรัฐมนตรี เยือนระหว่าง 2-3 มกราคม 2540

 

·  นายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี เยือนระหว่าง 1-2 มีนาคม 2541

 

·  พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เยือนอย่างเป็นทางการ ระหว่าง 17-18 มกราคม 2545

 

·  พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เยือนเกาะบาหลี อินโดนีเซีย เพื่อเป็นสักขีพยานการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านยางพาราระหว่างไทย-อินโดนีเซีย-มาเลเซีย วันที่ 8 สิงหาคม 2545

 

·  พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เยือนเกาะบาหลี เพื่อเข้าร่วมการประชุม ASEAN Summit ระหว่าง 6-8 ตุลาคม 2546 และในระหว่างการประชุมดังกล่าวได้เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงผู้ถือหุ้น (Shareholders’ Agreement) ของบริษัทร่วมทุน 3 ฝ่าย ไทย-อินโดนีเซีย-มาเลเซียในเรื่องยางพารา

 

·  นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ รองนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แทนพิเศษของรัฐบาลไทยเข้าร่วมพิธีสาบานตนของประธานาธิบดี ซูสิโล บัมบัง ยูโดโยโน เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2547

 

·  พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุม Asia-Africa Summit ณ กรุงจาการ์ตา ระหว่าง 22-23 เมษายน 2548

 

·  พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เยือนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2549 โดยได้พบหารือกับประธานาธิบดียูโดโยโนและประธานสภาผุ้แทนราษฎรอากุง ลักโซโน

 

ความร่วมมือด้านการทหารและความมั่นคง

 

ทั้งสองฝ่ายมีประเพณีการแลกเปลี่ยนการเยือนของผู้นำทางทหาร โดยผู้นำทางทหารของทั้งสองประเทศจะเดินทางไปทำความรู้จักกันในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ และเยี่ยมอำลาในโอกาสพ้นจากตำแหน่ง นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนความร่วมมือต่างๆ ดังนี้

 

·  คณะนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรเดินทางไปเยือนอินโดนีเซียเพื่อแลกเปลี่ยนการเยือนกับนักศึกษาจาก National Resilience Institute ของอินโดนีเซีย เป็นประจำทุกปี

 

·  การฝึกร่วมหน่วยรบพิเศษของกองทัพบก (Tiger Joint Exercise) เริ่มในปี 2540

 

·  การฝึกร่วมของกองทัพเรือทุกสองปี (Sea Garuda)

 

·  การฝึกร่วม Elang ของกองทัพอากาศ

 

·  การแลกเปลี่ยนนักเรียนเสนาธิการทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ และการแลกเปลี่ยนการเยือนของคณาจารย์และนักเรียนเสนาธิการทหารทั้งสามเหล่าทัพ

 

·  การแลกเปลี่ยนการเยือนของอธิบดีกรมตำรวจ และผู้บัญชาการตำรวจอินโดนีเซียและการแลกเปลี่ยนนักเรียนตำรวจ ปีละ 1 คน

 

·  การร่วมสังเกตการณ์การซ้อมรบร่วม โดยฝ่ายไทยได้เข้าร่วมสังเกตการณ์การซ้อมรบของกองทัพอินโดนีเซียที่บริเวณหมู่เกาะนาทูน่าตอนเหนือ ในปี 2539 และฝ่ายอินโดนีเซียได้เข้าร่วมสังเกตการณ์การซ้อมรบระหว่างไทย-สหรัฐฯ (Cobra Gold) ในปี 2540

 

·  รัฐบาลไทยส่งคณะนายทหารผู้สังเกตการณ์สันติภาพ 46 นาย เข้าร่วมสังเกตการณ์สันติภาพในจังหวัดอาเจห์ ระหว่าง 9 ธันวาคม 2545-12 พฤษภาคม 2546

 

·  รัฐบาลไทยส่งนายทหาร 21 นาย เข้าร่วมคณะผู้สังเกตการณ์อาเจห์ (Aceh Monitoring Mission: AMM) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสหภาพยุโรปและประเทศสมาชิกอาเซียน5 ประเทศ คือ ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และบรูไน เริ่มปฏิบัติหน้าที่เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2548 โดยพลโท นิพัทธ์ ทองเล็ก ได้รับแต่งตั้งเป็น Principal Deputy Head of Mission และเมื่อ AMM ขยายภารกิจถึง 15 มิถุนายน 2549 ไทยได้ส่งนายทหาร 6 นายเข้าร่วม

 

สนธิสัญญาและความตกลงทวิภาคีระหว่างไทย-อินโดนีเซีย

 

1. สนธิสัญญาทางไมตรีระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐอินโดนีเซีย (3 มีนาคม 2497)

 

2. ความตกลงว่าด้วยการบริการทางอากาศ (8 มีนาคม 2510 ปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจาแก้ไขความตกลงฯ )

 

3. ความตกลงว่าด้วยการแบ่งเขตไหล่ทวีปในตอนเหนือของช่อแคบมะละกาและในทะเลอันดามัน (17 ธันวาคม 2514)

 

4. สนธิสัญญาว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน (9 มิถุนายน 2519)

 

5. ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการศาล (8 มีนาคม 2521)

 

6. ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการเก็บภาษีซ้อน (25 มีนาคม 2524)

 

7. ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านป่าไม้ (27 พฤษภาคม 2527)

 

8. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านถ่านหิน (12 มกราคม 2533)

 

9. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ การวิจัย และเทคโนโลยี (2533)

 

10. ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการ (18 มกราคม 2535)

 

11. ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตร (22 กุมภาพันธ์ 2527 ปรับปรุงแก้ไขปี 2539)

 

12. ความตกลงว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน (17 กุมภาพันธ์ 2541)

 

13. พิธีสารว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้าและการท่องเที่ยว (15 พฤษภาคม

 

2544)

 

14. ความตกลงวัฒนธรรมไทย-อินโดนีเซีย (17 มกราคม 2545)

 

16. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านประมงไทย-อินโดนีเซีย (17 มกราคม 2545)

 

17. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว (23 พฤษภาคม 2546)

 

18. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตร (16 ธันวาคม 2548)

 

ความสัมพันธ์ด้านการค้า

 

·  ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ไทยเป็นฝ่ายเกินดุลการค้าอินโดนีเซียเป็นส่วนใหญ่ โดยในปี 2548 ไทยได้ดุล 864.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

·  สินค้าที่ไทยส่งออกไปอินโดนีเซียที่สำคัญได้แก่ น้ำตาลทราย เคมีภัณฑ์ น้ำมันดิบ

 

ยานพาหนะ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เม็ดพลาสติก เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ เส้นใยประดิษฐ์ เครื่องสำอาง สบู่และผลิตภัณฑ์รักษาผิว เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ และข้าว

 

·  สินค้าที่ไทยนำเข้าจากอินโดนีเซียที่สำคัญได้แก่ เคมีภัณฑ์ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ สินแร่และโลหะอื่นๆ เศษโลหะ ถ่านหิน น้ำมันหล่อลื่นและน้ำมันเบรก เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ ด้ายทอผ้าและด้ายเส้นเล็ก เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ กระดาษ กระดาษแข็งและผลิตภัณฑ์

 

สถิติการค้าไทย-อินโดนีเซีย

 

ปี 2540 มูลค่าการค้าเท่ากับ 2,144.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้ดุลการค้า 366.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

ปี 2541 มูลค่าการค้าเท่ากับ 1,868.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้ดุลการค้า 98.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

ปี 2542 มูลค่าการค้าเท่ากับ 2,064.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยขาดดุลการค้า 127.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

ปี 2543 มูลค่าการค้าเท่ากับ 2,647.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้ดุลการค้า 62.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

ปี 2544 มูลค่าการค้าเท่ากับ 2,728.21 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้ดุลการค้า 11.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

ปี 2545 มูลค่าการค้า 3,228 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้ดุลการค้า 132.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

ปี 2546 มูลค่าการค้า 4,066.70 ดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้ดุลการค้า 555.10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

ปี 2547 มูลค่าการค้า 5,533.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้ดุลการค้า 899.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

ปี 2548 มูลค่าการค้า 7,133.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้ดุลการค้า 864.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

ความสัมพันธ์ด้านการลงทุน

 

ภายหลังวิกฤติเศรษฐกิจ (2540) การลงทุนของไทยในอินโดนีเซียไม่เพิ่มมากนัก ประเภทของการลงทุนได้แก่การเลี้ยงสัตว์และผลิตอาหารสัตว์ เพาะเลี้ยงไก่ ฟาร์มกุ้ง โรงงานผลิตยิปซั่ม กระเบื้องมุงหลังคา กระเบื้องปูพื้น โครงการปิโตรเคมี เหมืองแร่

 

ถ่านหิน อุตสาหกรรมการประมงและโทรคมนาคม การลงทุนที่สำคัญของไทยมีดังนี้

 

·  การเลี้ยงสัตว์และผลิตอาหารสัตว์ (ซีพี) เพาะเลี้ยงไก่ และฟาร์มกุ้ง ในสุมาตราเหนือ

 

และลัมปุง

 

·  โครงการของบริษัทปูนซิเมนต์ไทย ได้แก่ โรงงานผลิตยิปซั่ม กระเบื้องมุงหลังคา กระเบื้องปูพื้น และโครงการปิโตรเคมี

 

·  เหมืองแร่ถ่านหิน ได้แก่ บริษัทบ้านปู ลานนาลิกไนท์ และ EGCO

 

·  อุตสาหกรรมการประมง ซึ่งอินโดนีเซียเป็นแหล่งทำการประมงนอกน่านน้ำที่ใหญ่ที่สุดของไทย

 

·  โทรคมนาคม (บริษัท Jusmin ร่วมลงทุนกับ Nusantara Pacific และ Philippines

 

Long Distance Telecommunication ตั้งบริษัท Asia Cellular Sattlelite

 

·  ในเดือนตุลาคม 2544 ปตท.สผ. จำกัด (มหาชน) ได้เข้าซื้อหุ้นร้อยละ 40 ของบริษัท New Links Energy Resources จำกัดซึ่งถือหุ้นของบริษัท Medco Energi Internasional TBK. (Medco) ร้อยละ 85.44 ซึ่งเท่ากับปตท.สผ.ซื้อหุ้น Medco ทางอ้อมในราคาซื้อขายที่ 223.32 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (บริษัท Medco Energi เป็นบริษัท

 

จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซียทำธุรกิจด้านสำรวจและผลิตปิโตรเลียม มีอัตราการผลิตน้ำมันสูงเป็นอันดับ 3 ของอินโดนีเซีย โดยบริษัท ปตท.สผ.จะมีสิทฺธิ์ซื้อน้ำมันดิบร้อยละ 50ของสัดส่วนที่ Medco ได้รับจากการดำเนินการซึ่งมีปริมาณมากกว่า 10,000 บาร์เรลต่อวันและเป็นน้ำมันที่เหมาะสมสำหรับใช้ในไทยได้)

 

.

 

การลงทุนของอินโดนีเซียในไทย

 

ในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา ไม่ปรากฏข้อมูลความเคลื่อนไหวด้านการลงทุนจากอินโดนีเซียในไทยมากนัก อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี 2541-2543 อินโดนีเซียเป็นประเทศอาเซียนที่ลงทุนในไทยเป็นลำดับที่สาม รองจากสิงคโปร์และมาเลเซีย โดยมีโครงการซึ่งได้รับการส่งเสริมการลงทุนทั้งสิ้นสองโครงการในปี 2541 ห้าโครงการในปี 2542 และสี่โครงการในปี 2543 ด้วยมูลค่าการลงทุน 480 ล้านบาท 1,149 ล้านบาทและ 1,300 ล้านบาทตามลำดับ ทั้งนี้ โครงการลงทุนที่สำคัญของอินโดนีเซียที่มีเงินลงทุนสูง ได้แก่

 

1) โครงการผลิตอาหารทะเลแห้งของบริษัทหาดใหญ่มารีนโปรดักซ์ จำกัด ซึ่งเป็นการลงทุนร่วมระหว่างอินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ มีมูลค่าการลงทุน 662.4 ล้านบาท

 

2) บริษัทอินเตอร์ รูฟ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ผลิต Tin Plate ซึ่งเป็นการลงทุนร่วมระหว่างอินโดนีเซีย และไลบีเรีย มีมูลค่าการลงทุน 430 ล้านบาท

 

3) บริษัทไทยบรันตามูเลีย จำกัด ผลิต Tyre Cord ประมาณปีละ 4,800 ตัน เป็นหุ้น อินโดนีเซียทั้งสิ้น มีมูลค่าการลงทุน 390 ล้านบาท เป็นต้น

 

·  กล่าวโดยรวม อินโดนีเซียลงทุนในสาขาอุตสาหกรรมและผลิตผลจากการเกษตรมากที่สุด รองลงมาคือสาขาอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ กระดาษ พลาสติก นอกจากนั้น เป็นการลงทุนในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ เซรามิกส์ โลหะขั้นมูลฐาน อุตสาหกรรมเบา และอุตสาหกรรมเครื่องจักร ตามลำดับ

 

กลไกความร่วมมือระหว่างไทย-อินโดนีเซีย

 

·  ไทยและอินโดนีเซียมีกลไกความร่วมมือในรูปของคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วย

 

ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการ (JC) ซึ่งได้มีการประชุมไปแล้ว 5 ครั้ง โดยครั้ง

 

ล่าสุด อินโดนีเซียเป็นเจ้าภาพการประชุม JC ครั้งที่ 5 ระหว่าง 21-23 พฤษภาคม 2546

 

ที่นครย็อกยาการ์ตา

 

·  สำหรับภาคเอกชน ได้มีการลงนาม MOU การจัดตั้งสภาธุรกิจไทย-อินโดนีเซีย (Thai-Indonesian Business Council) เมื่อ 27 พ.ค. 2546และมีการประชุมร่วมระหว่างสภาธุรกิจไทย-อินโดนีเซียและอินโดนีเซีย-ไทย ครั้งแรกที่อินโดนีเซียเมื่อ 26 เมษายน 2547 ที่กรุงจาการ์ตา

 

การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

 

·  เมื่อเดือนกรกฎาคม 2540 อินโดนีเซียประสบปัญหากรณีไฟไหม้ป่าบนเกาะสุมาตรา และเกาะกาลิมันตัน ไทยได้ให้ความช่วยเหลือโดยส่งเครื่องบินตรวจสภาพอากาศ รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญและคณะเจ้าหน้าที่เข้าร่วมปฏิบัติการกับทางการอินโดนีเซียในการดับไฟป่า

 

·  เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2541 ไทยได้บริจาคเวชภัณฑ์ มูลค่า 1 ล้านบาท ให้แก่ชาวอิเรียนจายาของอินโดนีเซีย ซึ่งประสบปัญหาโรคระบาด ความแห้งแล้งและอดอยาก

 

·  ในปี 2541 ไทยได้บริจาคข้าวสารจำนวน 5,000 ตัน เพื่อช่วยเหลือชาวอินโดนีเซีย

 

ในช่วงเกิดภัยแล้ง El Nino ซึ่งทำให้อินโดนีเซียเกิดวิกฤตการณ์ทางอาหาร

 

·  ในปี 2541 สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงจาการ์ตา ได้ระดมเงินบริจาคจากชาวไทยและธุรกิจไทยในอินโดนีเซียมอบให้แก่องค์กรสาธารณกุศลอินโดนีเซีย เพื่อสงเคราะห์คนยากจน

 

·  เมื่อเดือนตุลาคม 2542 ไทยได้บริจาคข้าวสารมูลค่า 2 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือประชาชนชาวติมอร์ตะวันออก

 

·  เมื่อเดือนมิถุนายน 2543 ไทยได้มอบเงินช่วยเหลือชาวอินโดนีเซียซึ่งประสบภัยแผ่นดินไหวที่สุลาเวสีและสุมาตราเป็นจำนวน 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ

 

·  เมื่อเดือนสิงหาคม 2544 ไทยได้มอบเงินช่วยเหลือชาวอินโดนีเซียซึ่งประสบอุทกภัยเป็นจำนวนเงิน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยมอบผ่านประธานาธิบดีเมฆาวตีซึ่งอยู่ในระหว่างการเยือนไทย

 

·  เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2545 ไทยได้มอบความช่วยเหลือมูลค่า 1 ล้านบาทแก่อินโดนีเซีย เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในกรุงจาการ์ตาและพื้นที่ใกล้เคียง

 

·  เมื่อ 1 มีนาคม 2547 ออท. ณ กรุงจาการ์ตา ได้มอบเงิน 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยภิบัติจากแผ่นดินไหวที่เมือง Nabire จ.ปาปัวตะวันตก อินโดนีเซีย ทั้งนี้ แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 6 และ 7 ก.พ. 2547 มีความรุนแรงวัดได้ 6.9 และ 7.1 ริคเตอร์ตามลำดับ มีผู้เสียชีวิต 27 ราย ผู้บาดเจ็บกว่า 150 คน

 

·  เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2547 รัฐบาลไทยได้มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิ จำนวน 250,000 ดอลลาร์สหรัฐให้กับอินโดนีเซีย ในระหว่างการประชุมระดับรัฐมนตรีว่าด้วยความร่วมมือในภูมิภาคเกี่ยวกับการจัดการเพื่อเตือนภัยล่วงหน้าในกรณีคลื่นยักษ์ที่จังหวัดภูเก็ต

 

·  เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2548 นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางเยือยจังหวัดอาเจห์เพื่อมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์จำนวน 5 ตันประกอบด้วยน้ำดื่มและผ้าห่ม และสำรวจพื้นที่ประสบภัยเพื่อวางแผนให้ความช่วยเหลือและความร่วมมือทางด้านวิชาการในด้านประมงและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมแก่จังหวัดอาเจห์

 

·  เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2549 ได้เกิดแผ่นดินไหวที่จ.ย็อกยาการ์ตาและจ.ชวากลาง มีผู้เสียชีวิตเกือบ 6,000 คน และผู้ไร้ที่อยู่ประมาณ 300,000 คน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชสาส์นและข้อความลายพระราชหัตถ์แสดงความเสียพระราชหฤทัยถึงประธานาธิบดีอินโดนีเซีย และนายกรัฐมนตรีกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้มีสารแสดงความเสียใจถึงประธานาธิบดีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซียตามลำดับ นอกจากนี้ ไทยได้มอบเงินช่วยเหลือ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ ข้าว 1,000 ตัน และส่งคณะแพทย์/พยาบาล 49 คน

 

1. ความสัมพันธ์ทางการค้าไทย – อินโดนีเซีย

 

1.1 ภาครัฐบาล – อยู่ระหว่างการจัดทำความตกลงทางการค้าไทย-อินโดนีเซีย

 

·  ข้อตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการไทย-อินโดนีเซีย

 

และมีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วม (Joint Committee – JC) ลงนามเมื่อ วันที่ 18 มกราคม 2535

 

– การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจ

 

และวิชาการ (JC) ระหว่างไทยกับอินโดนีเซีย ครั้งล่าสุด ครั้งที่ 5

 

ระหว่างวันที่ 21-23 พฤษภาคม 2546 ณ ประเทศอินโดนีเซีย

 

1.2 ภาคเอกชน – ลงนามย่อร่างบันทึกความเข้าใจเพื่อการจัดตั้งสภาธุรกิจไทย –

 

อินโดนีเซีย (Bilateral Business Council) ระหว่างไทยและอินโดนีเซีย

 

โดยรองประธานสภาอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทยและประธาน

 

คณะกรรมาธิการความสัมพันธ์ไทย – อินโดนีเซีย เมื่อเดือนกรกฎาคม 2545

 

และได้จัดตั้งสภาธุรกิจไทย – อินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2546

 

2. การค้าระหว่างไทย – อินโดนีเซีย (ตาราง)

 

3. ปัญหาและอุปสรรคการค้าทวิภาคี

 

3.1 สินค้าไทยเป็นที่รู้จักในตลาดอินโดนีเซีย แต่การค้าขายโดยตรงระหว่างกันยังมีน้อย โดยสินค้า

 

ส่วนใหญ่จะค้าขายผ่านพ่อค้าคนกลางคือ สิงคโปร์ และมาเลเซีย

 

3.2 กฎระเบียบในการค้าระหว่างไทยและอินโดนีเซียไม่เอื้ออำนวย เนื่องจาก เป็นการขนส่งระหว่างประเทศต้องดำเนินการตาม International Law จะต้องมีต้นทุนการขนส่ง ศุลกากร ประกันภัย ฯลฯ ทำให้

 

ต้นทุน และ overhead สูงขึ้น

 

3.3 กระบวนการนำเข้าสินค้าของอินโดนีเซียต้องผ่านหน่วยงาน พิธีการ และขั้นตอนต่างๆ มาก

 

ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการทางการค้า เพราะเสียเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

 

3.4 ประเภทสินค้าและอุตสาหกรรมของไทยและอินโดนีเซีย มีความคล้ายคลึงกัน ดังนั้นการจับ matching ที่จะซื้อ-ขาย หรือร่วมลงทุนกัน เป็นไปได้ค่อนข้างยากในทางปฏิบัติ

 

3.5 อินโดนีเซียกำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาการลักลอบนำเข้า โดยให้ผู้นำเข้าสินค้าข้าว ข้าวโพด

 

ถั่วเหลือง น้ำตาล สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ สิ่งทอและผลิตภัณฑ์ ของเล่น และรองเท้า ต้องมีบัตรรหัสประจำตัว

 

พิเศษเฉพาะ (Special Importer Identification Code Number : NPIK) สำหรับการนำเข้าสินค้าดังกล่าว โดยเริ่ม

 

มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 6 พฤษภาคม 2545 โดยใช้เวลาดำเนินการ 10 วัน และมีอายุ 5 ปี นับจากวันออกบัตร

 

โดยเสียค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าธรรมเนียมอากรในการยื่นขอบัตรพิเศษ และจะต้องรายงานแจ้งจำนวนนำเข้าข้าว

 

ทุกเดือน โดยอินโดนีเซียแจ้งว่า กฎระเบียบดังกล่าวมีเพื่อแก้ไขปัญหาการลักลอบนำเข้า

 

 

 

ระบบเงินตรา รูเปียห์

 

GDP (at market exchange rates) 280.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (2548)

 

รายได้เฉลี่ยต่อหัว 1,166 ดอลลาร์สหรัฐ (2548)

 

อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ร้อยละ 5.6 (2548)

 

ภาวะเงินเฟ้อ 6.1 (2547)

 

สินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติ แร่ธาตุ ถ่านหิน ผลิตภัณฑ์จากไม้ กระดาษ น้ำมันปาล์ม กาแฟ ยาสูบ โกโก้ เครื่องเทศ ยางและผลิตภัณฑ์ ปลาและปลาหมึกแช่เย็นและแช่แข็ง สิ่งทอ เครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ อุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคม เคมีภัณฑ์ เฟอร์นิเจอร์

 

สินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมัน เหล็ก ท่อเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก สิ่งทอ เคมีภัณฑ์ อะไหล่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ เครื่องจักรเครื่องกล เครื่องพิมพ์ เยื่อกระดาษ ไฮโดรคาร์บอน เรือและอุปกรณ์ พลาสติกและผลิตภัณฑ์ เครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้า แป้งข้าวสาลี ข้าว เป็นต้น

 

ประเทศที่ส่งสินค้าออก ญี่ปุ่น สิงคโปร์ สหรัฐฯ เกาหลีใต้ ฮ่องกง

 

ประเทศที่นำสินค้าเข้า ญี่ปุ่น สิงคโปร์ สหรัฐฯ เกาหลีใต้ จีน ออสเตรเลีย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s