ความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนามกับไทย

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเวียดนามด้านการสังคม

 

ประเทศเวียดนาม เน้นการพัฒนาด้านสังคมและวัฒนธรรม ที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาเศรษฐกิจ และส่งเสริมการลงทุนในด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจ และให้ความสำคัญแก่ผู้ที่สละผลประโยชน์เพื่อประเทศชาติ ให้ความช่วยเหลือ ผู้สูงอายุ เด็กกำพร้า และผู้พิการ 

 

เน้นการพัฒนาและการปรับปรุงการเรียนการสอน และร่วมมือกับต่างประเทศในการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ปรับปรุงคุณภาพการศึกษาระดับมัธยมให้เท่าเทียมกันทั้งประเทศ และระดับมหาวิทยาลัยให้ทัดเทียมกับต่างประเทศ รวมทั้งสนับสนุนองค์กรและนักลงทุนต่างประเทศลงทุนในเวียดนามในอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีสูง และส่งเสริมให้ชาวเวียดนาม ที่มีความความชำนาญด้านเทคโนโลยีไปทำการสอนและพัฒนาเทคโนโลยีในเวียดนาม  ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเวียดนาม  ไทยมีความร่วมมือด้านวิชาการกับเวียดนาม ด้านทางการศึกษาการเปิดสอนภาษาของทั้งสองประเทศในระดับมหาวิทยาลัยที่มีมากขึ้น อาจเป็นอีกหนึ่งสิ่งสะท้อนพัฒนาการความสัมพันธ์ อีกทั้งทางไทยยังมีโครงการพัฒนาหมู่บ้านมิตรภาพไทย-เวียดนามขึ้นที่บ้านนาจอก จังหวัดนครพนม เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์-วัฒนธรรม และเพื่อเป็นการสนับสนุนมิตรภาพระหว่างไทยและเวียดนาม   แต่ในทางกลับกันการเปิดประเทศของเวียดนามและการปฏิรูปทางเศรษฐกิจทำให้ประชาชนเวียดนามมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ก่อให้เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมระหว่างเมืองกับชนบท ปัญหาการว่างงานในเมือง ปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของเวียดนาม

 

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเวียดนามด้านการเมือง

 

  ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเวียดนามยังมีความแตกต่างกันมากในเรื่องทางด้านแนวความคิด  เนื่องจากอยู่กันบนแนวคิดคนละขั้วภายใต้สังคมที่ค่อนข้างแตกต่างกัน เวียดนามได้รับอิทธิพลทางความคิด การแสดงออกรูปแบบมาจากจีน อย่างมาก จนเราไม่สามารถแยกออกได้ ไม่ว่าจะเป็น รูปแบบธงชาติ การแต่งกายของทหาร ตรารัฐบาล เรื่อยมาจนกระทั่งรูปแบบการปกครองที่อาศัยความเด็ดขาดของผู้นำ อำนาจเบ็ดเสร็จ  ซึ่งนโยบายต่อต้านคอมมิวนิสต์ในประเทศไทยมีความเข้มข้นมากในช่วงหนึ่ง    แสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายของโลกคอมมิวนิสต์ และความสวยงามในโลกเสรี เพื่อขู่ให้คนเกลียดกลัวคอมมิวนิสต์ปรากฏอยู่ทุกแห่ง โดยข้อมูลข่าวสารที่ได้รับนั้นล้วนเป็นข้อมูลจากตะวันตก โดยเฉพาะอเมริกา ที่แน่นอนว่าเป็นศัตรูตัวสำคัญของเวียดนาม จึงเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้คนไทยไม่สามารถจะรู้จักเวียดนามที่แท้จริงได้เท่าที่ควร  ชุมชนเวียดนามที่อยู่ในประเทศไทยเองก็ค่อนข้างจะอยู่อย่างยากลำบาก เพราะเต็มไปด้วยความหวาดระแวงจากคนท้องถิ่นและฝ่ายความมั่นคงของรัฐไทย 

 

เวียดนามดำเนินนโยบายแทรกแซงการเมืองภายในกัมพูชา  ประเทศไทยซึ่งมีชายแดนติดกับกัมพูชาได้รับผลกระทบโดยตรงจากการรบพุ่งดังกล่าว รวมถึงปัญหาการหลั่งไหลของผู้พลัดถิ่น จากเหตุการณ์นี้ทำให้ความสัมพันธ์ไทย-เวียดนามต้องหยุดชะงักลงอีกครั้ง  เนื่องจากประเทศไทยได้รณรงค์ร่วมกับอาเซียนและนานาชาติเพื่อต่อต้านการยึดครองกัมพูชา ขณะที่เวียดนามก็ถูกโดดเดี่ยวจากประชาคมโลก เมื่อเห็นว่าปัญหาในกัมพูชามีแนวโน้มจะคลี่คลายไปในทางที่ดี ตัวแทนจากรัฐบาลไทยโดย พล.อ.อ. สิทธิ เศวตศิลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในขณะนั้นจึงได้เดินทางเยือนเวียดนามเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ทวิภาคีและหารือเรื่องการวางรากฐานของสันติภาพในภูมิภาค และเวียดนามก็ได้ประกาศถอนทหารจากกัมพูชาเช่นเดียวกันนั้นเอง   ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับเวียดนามมีความคึกคักตื่นตัวเป็นพิเศษ เนื่องจาก พล.อ.ชาติชาย  ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ประกาศและดำเนินนโยบายเปลี่ยนแปลงอินโดจีนจากสนามรบเป็นสนามการค้าและมุ่งให้ความสำคัญเป็นพิเศษต่อการติดต่อกับเวียดนาม นักลงทุนจากไทยก็เริ่มขยายพื้นที่การลงทุนไปที่เวียดนามกันมากขึ้น มีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงกันบ่อยครั้ง เป็นการเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ  มาถึงวันนี้เรียกได้ว่า ไทยและเวียดนามนั้นมีความสนิทสนมเป็นเพื่อนบ้านที่ค่อนข้างใกล้ชิดกัน แม้พรมแดนไม่ได้ติดต่อกัน  ประเทศไทยมองเห็นเวียดนามเป็นทั้งคู่แข่ง คู่ค้า แต่แน่นอนว่าทั้งหมดอยู่บนพื้นฐานการเป็นมิตรที่ดีต่อกัน  ความแตกต่างในระบบการเมืองของราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม  ไม่เป็นอุปสรรคใด ๆ ต่อการพัฒนาความสัมพันธ์ฉันมิตรและความร่วมมืออันเป็นประโยชน์ระหว่างประเทศทั้งสอง     ประเทศเวียดนามกับประเทศไทย  ต่างมีความปรารถนาร่วมกัน  ที่จะสถาปนาสัมพันธภาพฉันเพื่อนบ้านที่ดีระหว่างกัน  โดยยึดถือมูลฐานแห่งการเคารพต่อเอกราชซึ่งกันและกัน อธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนไม่รุกรานกัน  ไม่แทรกแซงกิจการภายในซึ่งกันและกัน  เคารพต่อความเสมอภาคต่อผลประโยชน์ร่วมกัน  และการดำรงอยู่ร่วมกันโดยสันติ

 

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเวียดนามด้านเศรษฐกิจ

 

       ทุกๆวันนี้ประเทศต่างๆ จำเป็นต้องติดต่อพึ่งพาอาศัยกัน และกล่าวได้ว่าเกือบไม่มีประเทศใดที่สามารถอยู่ได้อย่างปกติสุข โดยไม่ต้องติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ  เพราะฉะนั้นการค้าระหว่างประเทศจำเป็นสิ่งจำเป็น  อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือทางด้านความสันพันธ์ระหว่างประเทศต่างๆอีกด้วย  เมื่อกล่าวถึงความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจ  เวียดนามได้เป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) ลำดับที่ 150 อย่างเป็นทางการ ซึ่งมีผลให้เวียดนามต้องลดภาษีและยกเลิกมาตรการต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคทางการค้า เพื่อเปิดให้นักลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุนในเวียดนามได้ ตามที่ผูกพันไว้กับดับเบิลยูทีโอ รวมทั้งปรับปรุงกฎระเบียบทางการค้าให้มีความชัดเจน โปร่งใส สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ของ(WTO)  ด้านการค้าขายไทยและเวียดนามได้มีการลงนามในข้อตกลงทางเศรษฐกิจระหว่างกัน เช่น การตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจ พิธีสารเกี่ยวกับการแก้ไขข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ข้อตกลงเกี่ยวกับเงินกู้เพื่อการค้าด้วยดอกเบี้ย ร้อยละ 3 ข้อตกลงว่าด้วยการส่งเสริมและการคุ้มครองการลงทุน ข้อตกลงว่าด้วยการหลีกเลี่ยงภาษีซ้ำซ้อน เป็นต้น 

 

การเข้าเป็นสมาชิก (WTO)  ยังทำให้เวียดนามได้รับประโยชน์สามารถเข้าถึงตลาดประเทศต่าง ๆ ได้มากขึ้น และทำให้การส่งออกโดยรวมดีขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและผู้ส่งออกของไทย แต่เมื่อพิจารณาจากภาพรวมทั้งหมดแล้ว การที่เวียดนามได้เข้าเป็นสมาชิกดับเบิลยูทีโอ จะส่งผลดีทางอ้อมต่อนักลงทุนไทยมากกว่าผลเสีย โดยเฉพาะนักลงทุนที่เข้าไปดำเนินธุรกิจในเวียดนามและมีการผลิตสินค้าไทยกระจายไปยังประเทศต่าง ๆ ซึ่งจะได้รับสิทธิพิเศษหลายประการ แม้ว่าในบางธุรกิจจะเป็นคู่แข่ง แต่จากกรอบดับเบิลยูทีโอและความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเวียดนามที่ดีต่อกันมาช้านาน จะส่งเสริมสินค้าไทยในอนาคตให้เป็นไปทางเชิงบวกอย่างแน่นอน  เวียดนามเป็นหนึ่งในประเทศที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนมาก เพราะเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ อันดับสองของโลก รองจากไทยและไทยยังลงทุนในเวียดนามสูงเป็นอันดับที่ 12 จากนักลงทุนต่างชาติทั้งหมดในเวียดนาม  แหล่งใหญ่ที่สุดที่เอกชนไทยไปลงทุนคือที่นครโฮจิมินห์และจังหวัดข้างเคียง ในสาขาสำคัญ ได้แก่ ด้านการท่องเที่ยวและโรงแรม  อุตสาหกรรมการเกษตร  อุตสาหกรรมพลาสติก ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ ทั้งนี้สาขาการลงทุนที่มีความน่าสนใจได้แก่ ภาคบริการ ซึ่งไทยมีประสบการณ์และเวียดนามมีความต้องการด้านนี้เพิ่มขึ้นอีกมากเมื่อเข้า WTO และมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง   อีกทั้ง ประเทศเวียดนามยังมีการรวมกลุ่มด้านการค้าทางเศรษฐกิจที่สำคัญคือการเข้าร่วมเป็นสมาชิกอาเซียนทำให้เวียดนามได้รับผลประโยชน์มากมายในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกในครั้งนี้ โดยเหตุผลในการเข้าร่วมเป็นสมาชิก   การเข้ารวมกลุ่มอาเซียนจะทำให้เวียดนามมีโอกาสได้เรียนรู้ประสบการณ์ในการพัฒนาประเทศจากสมาชิกต่างๆ อันจะมีส่วนเอื้ออำนวยและเร่งการพัฒนาของตนไปสู่ระบบเศรษฐกิจการตลาดซึ่งตั้งอยู่บนหลักการของการแข่งขันได้ในที่สุด   นับตั้งแต่เวียดนามเปิดประเทศและประกาศกฎหมายว่าด้วยการลงทุนต่างชาติ ประเทศสมาชิกอาเซียนต่างก็ให้ความสนใจลพยายามแสวงหาโอกาสเข้าไปลงทุนในเวียดนาม ทั้งนี้เพราะอาเซียนก็สนใจในผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจด้วยเช่นกันทั้งด้านการค้าและการลงทุน เนื่องจากเวียดนามเป็นตลาดใหญ่มีประชากรถึง 73 ล้านคน  ความสมบูรณ์ทางทรัพยาธรรมชาติ มีแรงงานที่มีศักยภาพและมีราคาถูก การมีเวียดนามเป็นสมาชิกเพิ่มขึ้นจะทำให้อาเซียนมีประชากรเพิ่มเป็น 420 ล้านคน และจะมีผลผลิตมวลรวมภายในถึง 500 พันล้าน เหรียญสหรัฐฯ อันจะทำให้อาเซียนมีศักยภาพในการขยายตัวกางเศรษฐกิจได้มากขึ้นไปอีก 

 

                เวียดนามจะเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่เจริญขึ้น โดยจะส่งผลประโยชน์ต่างๆแก่ไทย เช่น เป็นตลาดสินค้าส่งออกแก่ไทย และมีนักท่องเที่ยวจากเวียดนามมาท่องเที่ยวในไทยมากขึ้น รวมทั้งช่วยลดในเรื่องการลักลอบเข้ามาทำงานในประเทศไทย ส่วนในเรื่องการที่เวียดนามแย่งชิงตลาดส่งออก เป็นเรื่องปกติ ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการของไทยควรจะต้องหาวิธีและแนวทางที่จะพยายามรักษาตลาดของตนไว้ให้ได้ โดยการพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพ และมีความหลากหลาย และผู้ประกอบการของไทยอาจจะพิจารณาเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจเวียดนาม

 

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเวียดนามในภาพรวมแล้ว  คงจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากความสัมพันธ์ของสองประเทศเป็นไปอย่างใกล้ชิดและไม่มีปัญหาขัดแย้งรุนแรงใด ๆ หากเวียดนามเพิ่มการปฏิรูปเศรษฐกิจมากขึ้น ก็จะเป็นช่องทางให้ไทยเข้าไปติดต่อทำธุรกิจหรือให้ความช่วยเหลือด้านวิชาการได้มากขึ้น เพราะเวียดนามก็ต้องการความรู้และประสบการณ์ จากไทยในหลายเรื่อง เช่น การท่องเที่ยว ประมง การแปรรูปอาหาร เป็นต้น

 

 

 

อ้างอิง : ฐานเศรษฐกิจ.2546. 28- 31 (ธันวาคม). มองเวียดนาม.[Online] Available URL;  http://203.107.133.147/Than2000/1865/t115.htm

 

 อ้างอิง : ขจัดภัย  บุรุษพัฒน์.  ความสัมพันธภาพระหว่างไทยกับเวียดนาม.  ไทยกับเพื่อนบ้านในอินโดจีน.  แพร่พิทยา.  กรุงเทพ.  2531. 

 

บทความ ประเทศเพื่อนบ้าน (ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม)การพัฒนาความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน ของรศ.ดร.วิทยา  สุจริตธนารักษ์ อาจารย์ประจำหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิตอ.บ.เกียรตินิยม (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)

 

 

 

ข้อเสนอแนะ

 

                        1.รัฐบาลควรดำเนินนโยบายในแนวกับที่ปฏิบัติกับเวียดนาม กรณีว่าด้วยความร่วมมือในการขจัดการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะสตรี และเด็ก กับประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะประเทศที่มีแนวชายแดนติดกับประเทศไทย

 

                        2.รัฐควรเพิ่มโทษกรณีผู้นำพาช่วยเหลือด้วยประการใด ๆ ให้ขบวนการดังกล่าวกระทำการ หรือเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาดจริงจัง

 

                        3.ให้ความรู้ความเข้าใจแก่ ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อเพื่อป้องกันมิให้ถูกล่อลวงในคราวต่อไป

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s